aircleanerthai.com

รถเข็นสินค้าของคุณ




ยังไม่มีสินค้าในรถเข็นของคุณ

   

You are here: Home สาระน่ารู้ จริง? เท็จ? แผนเด็ดโฆษณา ฟิลเตอร์เทพ-แอร์ฆ่าหวัด09
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
PDF พิมพ์ อีเมล

จริง? เท็จ? แผนเด็ดโฆษณา ฟิลเตอร์เทพ-แอร์ฆ่าหวัด09

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2553 08:27 น.
สถานการณ์ หวัด 2009 ยังไม่คลี่คลายสักเท่าใดนัก และยังปรากฎผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่แทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงระบาดระลอกใหม่นี้ คนจำนวนไม่น้อยเกิดความวิตกไม่อยากให้ตัวเองและคนในครอบครัวต้องได้รับเชื้อ ต่างก็หาวิธีป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเจลล้างมือหรือหน้ากากอนามัย


ด้านอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่ป้องกันเชื้อโรคดังกล่าว ต่างก็ผลิตสินค้าของตัวออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อสนองต่อความต้องการของลูกค้า ไม่เว้นแม้กระทั่ง เครื่องปรับอากาศ หลายยี่ห้อต่างก็แข่งกันโหมโฆษณานวตกรรมใหม่ๆ ของบริษัทตัวเองว่า กรองแบคทีเรียได้บ้างล่ะ หรือบางยี่ห้อถึงกับอวดอ้างว่าฆ่าเชื้อหวัด 2009ได้ด้วยซ้ำ!

จริงหรือไม่จริงอย่างไร งานนี้ผู้บริโภคเองก็ไม่แน่ใจ แต่ก็มีไม่น้อยที่เชื่อในคำโฆษณาจนซื้อหาไปติดที่บ้าน ผศ.ดร.กอบชัย ภัทรกุลวณิชย์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ให้ความกระจ่างในมายาภาพแห่งการโฆษณาว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ที่ผมคิดว่ามันเป็น ไปไม่ได้เลยก็เพราะฟิลเตอร์ที่กรองเชื้อโรคได้มันเป็นฟิลเตอร์เฉพาะมาก เรียกว่า เฮปป้าฟิลเตอร์ (HEPA) และราคาแพงมาก ราคาน่าจะเท่าเครื่องแอร์หรืออาจจะแพงกว่าด้วย ปกติฟิลเตอร์ชนิดนี้จะใช้ในห้องผ่าตัดหรือห้องเพาะเลี้ยงที่ใช้เพาะเชื้อ เพาะเนื้อเยื่อโดยเฉพาะที่ต้องการให้ปลอดเชื้อโรคจริงๆ เท่านั้น ผมเชื่อว่าไม่มีทางที่อุตสาหกรรมแอร์บ้านจะนำมาใส่ในเครื่องปรับอากาศแล้ว ขายในราคาปกติเท่านี้ได้

ผศ.ดร.กอบชัย
กล่าว ถึงประเด็นการฆ่าเชื้อโรคว่า ที่มีการโฆษณาว่าฆ่าเชื้อโรคได้ด้วยประจุไฟฟ้ายังไม่ยืนยันว่าสามารถทำได้ หรือไม่ เพราะเท่าที่ศึกษา ยังหาเอกสารพิสูจน์ไม่ได้ และเอกสารการวิจัยที่มี ก็มีเฉพาะที่บริษัทวิจัยเองและรับรองตัวเองว่าสามารถทำได้เท่านั้น ยังไม่เคยเห็นเอกสารการวิจัยจากแหล่งอื่นๆ แต่เรื่องกรองไวรัสและแบคทีเรียได้นี่ เป็นไปไม่ได้แน่นอน

ขนาดฝุ่นละอองเล็กๆ นี่ยังกรองไม่ได้เลยครับ ส่วนเรื่องกรองหวัดหรือฆ่าหวัด 2009 ผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ หากโฆษณากันว่าได้นี่คงต้องขอดู เพราะในฟิลเตอร์ปกติอย่าว่าแต่แบคทีเรีย เชื้อหวัดซึ่งเป็นไวรัสที่เล็กกว่าแบคทีเรียตั้งหลายเท่านี้กรองไม่ได้แน่ นอนครับ

ผศ.ดร.กอบชัย
แนะ นำวิธีการเลือกแอร์ด้วยเอาปัจจัยของการกรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศเป็นประเด็น หลักในการเลือกว่า ดีที่สุดคือสอบถามผู้ขายถึงขนาดฟิลเตอร์ที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศนั้นๆ

ต้องถามเลยว่าขนาดฟิลเตอร์เท่าไหร่ ที่กรองได้จริงๆ ต้องเล็กกว่า 1 ไมโครเมตร ถ้าฟิลใหญ่กว่านี้กรองไม่ได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาจากรั้วสีชมพูอธิบายต่อถึงเรื่องที่หลายคนอยากรู้ไม่แพ้กันนั่นก็คือการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ว่าควรเลือกซื้อแยกชิ้นเป็นเครื่องปรับอากาศชิ้นหนึ่งกับเครื่องฟอกอากาศชิ้นหนึ่ง


โดย หลักแล้วแอร์มีหน้าที่ทำความเย็น ผมแนะนำว่าควรจะดูประสิทธิภาพการทำความเย็น การประหยัดไฟ เพราะแอร์ธรรมดาราคาจะอยู่ระดับหนึ่ง แต่แอร์ที่มีเครื่องฟอกอากาศในตัวจะอีกราคาหนึ่ง แพงกว่า ถ้าอยากได้เครื่องฟอกอากาศก็ควรจะซื้อต่างหากเพราะจริงๆ แล้วมันเป็นคนละจุดประสงค์การใช้งาน ควรใช้แยกกันดีกว่า

อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีวะฯรายนี้กล่าวโดยสรุปว่า แม้ อนาคตอาจมีการคิดค้นแอร์ที่มีฟิลเตอร์ฆ่าเชื้อโรคขนาดเล็กอย่างไวรัสได้ จริงๆ แต่หากเราออกจากบ้านไปเจออากาศข้างนอกก็ยังคงเจอเชื้อโรคอยู่ดี

ในอากาศปกติมันมีอยู่แล้ว ทั้งเชื้อโรค รา ไวรัส แบคทีเรีย แต่ตัวที่มันร้ายจริงๆ มีไม่มากนัก ถึงติดแอร์ในบ้าน ออกไปมันก็ต้องเจอเชื้อโรค ผมอยากให้ดูเป้าหมายจริงๆ ของแอร์มากกว่า ว่ามันทำให้อากาศเย็น ไม่ได้มีไว้ฆ่าเชื้อโรคโดยตรง มันเป็นเรื่องของการโฆษณา แอร์มันก็แค่ทำความเย็น ทุกบริษัททำได้ แต่ทำอย่างไรให้มูลค่ามันเพิ่ม ก็ต้องเพิ่มฟีเจอร์การใช้ต่างๆ ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งผมว่ามันเป็นความฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น เหมือนเราใช้เครื่องซักผ้าปกติ ใส่ผงซักฟอก มันก็สะอาด และฆ่าแบคทีเรียระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราเลือกแบบนาโนซิลเวอร์ที่กำจัดแบคทีเรียได้มากขึ้น แต่ราคาแพงกว่ามาก มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรมากนักเพราะแบบธรรมดามันก็ใช้ได้อยู่แล้ว


ในขณะที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค (สคบ.) โดยรองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคอย่าง นพปฎล เมฆเมฆา กล่าวว่า 2-3 ปีที่ผ่านมามีการโฆษณาเครื่องปรับอากาศในลักษณะกรอง จับ หรือฆ่าเชื้อโรคได้เป็นจำนวนมาก ทางสคบ.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ตรวจสอบผู้ผลิตหลายยี่ห้อ

เราให้เขาพิสูจน์ เขาก็มีผลการวิจัยมาให้ แต่เท่าที่พบก็คือมันเป็นการวิจัยของบริษัทแอร์เอง พื้นที่ทดลองในห้องวิจัยก็ไม่มาก ทดลองในพื้นที่จำกัด พอจับเชื้อได้4-5ตัวก็โฆษณาว่าจับเชื้อโรคได้ แต่พอเอามาใช้กับแอร์ซึ่งมีพื้นที่กว้างกว่าเราก็เกรงผู้บริโภคเข้าใจผิด จึงให้เขาใส่คำในโฆษณาด้วยว่าเป็นผลการทดลองจากห้องทดลอง ถ้าไม่ใส่ก็ถือว่ามีความผิด ปกปิดรายละเอียดสำคัญ ซึ่งถ้าเจตนาทำจะมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเคสที่ทำป้ายใหญ่แต่คำชี้แจงรายละเอียดเล็กเราก็เชิญมาคุย ขอให้ปรับปรุง เพราะเชื่อว่าคนขับรถผ่านไปมาคงอ่านไม่ทัน


รองเลขาฯ นพปฎล กล่าวต่อไปอีก ว่า ที่ผ่านมาในปี2549-2550 มีการโฆษณาประเภทนี้อยู่มาก ส่วนใหญ่จะโฆษณาว่ากำจัดต้นเหตุภูมิแพ้ ฆ่าเชื้อ H1N1 ซึ่งเป็นการโฆษณาที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริง ก็จับปรับไป 10 กว่าบริษัท

ปีนี้ สคบ.ก็เชิญบริษัทแอร์มาคุยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ขอให้เน้นการโฆษณาไปที่ความคงทน ความประหยัดไฟ และประสิทธิภาพการทำงาน อย่าเน้นไปในเรื่องฆ่าเชื้อโรคอะไรมากนัก เขาก็บอกว่าบอกเขาช้าไป เขาทำโฆษณาไปแล้ว ผมก็เลยบอกไปว่า ถ้าทำออกมาเกินจริงก็ต้องดำเนินคดีนะ แล้วมันก็จะเหนื่อยกันทุกฝ่าย อยากฝากเตือนไปถึงผู้บริโภคด้วยว่า หากต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ควรทำการบ้านเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ซื้อก่อนจัดตัดสินใจ อย่าเชื่อคำโฆษณาโดยไม่หาข้อมูล รองเลขาฯ นพปฎลทิ้งท้าย